Beau님의 프로필Q('_^) Beau Narak (^_')O사진블로그리스트 도구 도움말

-Muncharin- Beau

직업
지역
관심 분야
* nubeau@hotmail.com *

Q('_^) Beau Narak (^_')O

--- Life is Simple --- " You Make Choice & Don't Look It Back "
사진(1/39)
5월 5일

--- แบบทดสอบทายนิสัย (ตรงมากๆๆ) ---

              
 
 
วิธีการ : เลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษหน้าข้อที่เลือก  แล้วนำมาเรียงกัน
 
  -- แล้วดูเฉลยได้ข้างล่าง ---
 
เลือกข้อที่ใกล้เคียงมากที่สุดนะ
 
1.บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร ?         
 
(I) ชอบสันโดษ , คิดก่อนทำ ,
มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่
 
(E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงานสังสรรค์ , ทำก่อนคิด ,
มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน, สิ่งของ , สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่
 
                                              
 
2.เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร?
 
(S) ดูถึงรายละเอียดของข้อมูล , ดูถึงปัญหาปัจจุบัน ,
ดูถึงหลักความเป็นจริง
 
(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า ,
ดูถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น
 
                                               
 
3.คุณใช้อะไรในการตัดสินใจกับปัญหา? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)
 
(T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ , ใช้หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง ,
คิดถึงผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจ
 
(F) ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ , ตัดสินใจจากความชอบ ,
ความต้องการ , คิดถึงความต้องการและการตอบสนองของตน
 
                                              
 
4.คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร?
 
(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน , ชอบตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา
วันที่ในการทำ , ชอบตัดสินใจเพื่อให้จบปัญหา
 
(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว , ไม่ยึดติด ,
มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้อื่น
 
                                              
           คำเฉลย 
 
 
 
  ISTJ - The Duty Fulfiller " ผู้สำเร็จ "   
 
- มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว
- ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ใจได้
- ทำงานหนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง
- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขาซื่อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้
- ไม่เก่งเรื่องของความรู้สึก
 
  ISTP - The Mechanic " ช่างเครื่อง "  
 
- เงียบ , ชอบผจญภัยและ กีฬา
- ชอบเสี่ยง , เป็นตัวของตัวเอง , แก้ปัญหาเก่ง
- มองโลกในแง่ดี  แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด
- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ ทั้งดีและไม่ดี
 
  ISFJ - The Nurturer " ผู้ดูแล "  
 
- เงียบ , ใจดี , มีสติ
- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่
- คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง  , จำคนเก่ง
- เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์
- ชอบเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง
 
  ISFP - The Artist " ศิลปิน "  
 
- เงียบ , ใจดี , จริงจัง และ อ่อนไหว
- ไม่ชอบการโต้แย้ง , ไม่ชอบระเบียบ
- ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือนใคร , รักของสวยๆงามๆ
- เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น
- ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง
 
  INFJ - The Protector " ผู้ป้องกัน "  
 
- ความคิดสร้างสรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัวเอง
- เก่งเรื่องคน และ สถานการณ์
- เป็นคนลึกซึ้ง ,ซับซ้อน , ชอบความเป็นส่วนตัว
- เข้าใจยาก , มีความมั่นใจในตัวเองสูง ,
  ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น
- ไม่ชอบการโต้แย้ง
 
  INFP - The Idealist " นักอุดมการณ์ "  
 
- เงียบ , ซื่อสัตย์ , ชอบอุดมการณ์
- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น
- ไม่ชอบการโต้แย้ง
- ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
- มีความคิดสร้างสรรค์
 
  INTJ - The Scientist " นักวิทยาศาสตร์ "  
 
- ฉลาด . มุ่งมั่น , ไม่เหมือนใคร
- เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจสูง  มองการณ์ไกล
- ชอบคิดคนเดียว และ ชอบอยู่คนเดียว , ชอบด่วนสรุป ,
ไม่ชอบรายละเอียด , คิดว่าตนเองถูกเสมอ
- บอกความรู้สึกไม่เก่ง ,
จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
 
  INTP - The Thinker " นักคิด "  
 
- ความคิดสร้างสรรค์ , เป็นตัวของตัวเอง , มีเหตุมีผล
  และมีความสามารถสูง
- ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น , ไม่ชอบระเบียบ
- ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก , ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
- เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง
- มีอารมณ์ซับซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ อารมณ์แปรปรวน
 
  ESTP - The Doer " ผู้กระทำ " 
 
- เป็นมิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง
- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์
- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว
- รักสนุก , สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
- ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ
- เบื่อง่าย
 
  ESTJ - The Guardian " ผู้พิทักษ์ "  
 
- มีระเบียบ , ซื่อตรง , ตรงไปตรงมา
- มีความมั่นใจในตัวเอง , มีความสามารถ . ทำงานหนัก , เป็นผู้นำ
- ชอบความปลอดภัย และ ความสงบสุข
- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง
 
  ESFP - The Performer  " ผู้แสดง " 
 
- อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ , มีมนุษยสัมพันธ์ดี , รักสนุก
และทำงานเป็นทีมได้ดี
- มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่ ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน
- ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลาเครียด
- รักสวยรักงาม
 
  ESFJ - The Caregiver " นักใส่ใจ
"  
 
- มีน้ำใจ , คนชอบ , มีสติ , มีความรับผิดชอบ
- เก่งเรื่องคน , เข้าใจ , สนใจ และ ปรับตามคนได้
- ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง
- รักสงบ และ ความปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น
- อ่อนไหว , ต้องการความเห็นด้วยจากผู้อื่น
 
  ENFP - The Inspirer " ผู้มีแรงบันดาลใจ " 
 
- มีความคิดสร้างสรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น
- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี , ชอบให้คนชอบ
แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย
- เป็นคนร่าเริง และ ชอบเป็นอิสระ
 
  ENFJ - The Giver  " ผู้ให้ " 
 
- มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก , ห่วงใยความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ
- ไม่ชอบอยู่คนเดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา
- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลาย ๆ อย่าง
- มีความมั่นใจในตัวเอง , เจ้าระเบียบ
 
  ENTP - The Visionary " ผู้มีวิสัยทัศน์
 
- มีความคิดสร้างสรรค์ , ฉลาด , แก้ปัญหาเก่ง
- ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ
- ชอบคุย , คุยเก่ง , หัวไว
- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ
- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง
 
  ENTJ - The Executive " ผู้บริหาร " 
 
- เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด , พูดต่อหน้าคนเก่ง,ฉลาด,มีความรู้
- เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความสามารถ ,
ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง
- แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจปัญหาซับซ้อน
- เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอดทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม
 
     

 

 
                                                    hit counters
 
1월 1일

--- มาตรวจสุขภาพอุจจาระกันเถอะ ---

lol  // เรามาตรวจอุจจาระกันเถอะ...เพื่อสุขภาพที่ดีในปี 2549   1//

lol  // เรามาตรวจอุจจาระกันเถอะ...เพื่อสุขภาพที่ดีในปี 2549   2//

lol  // เรามาตรวจอุจจาระกันเถอะ...เพื่อสุขภาพที่ดีในปี 2549   3//

 

 

     7 - 9 คะแนน    

 \( ^_^ )/  แสดงว่าคุณมีสุขภาพที่ดีเลยทีเดียวล่ะ  \( ^_^ )/

 

     10 - 12 คะแนน    

คุณต้องระมัดระวังเรื่องการกินของคุณเลยล่ะ

o(^_^)o  พยายามเลือกทานอาหารที่มีกากใยให้มากๆๆนะ  o(^_^)o 

 

     13 - 14 คะแนน    

ขอเตือนเลยว่าแย่แน่นอน !!!

o(+_+)o ถ้ายังอยู่ในสภาพนี้นานๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ด่วนเลยนะค้า o(+_+)o

 

 
                                                    hit counters
 
11월 21일

--- เรื่องราวความรักที่เจ็บช้ำ ---

             
  ... เคยกันบ้างไหมที่ต้องไปชอบหรือรักใครเข้า ... 
  ... แต่คนนั้นกลับไม่เห็นเราหรือมีเจ้าของไปแล้ว ...

สั่งตัวเองควรจะลืมๆเธอไป บอกตัวเองไปยังไงมันก็ฝืน
เจ็บปวดตรงที่รักเธอแต่เธอเป็นของคนอื่น เหตุและผลนั้นเกินพอให้หยุดฝัน

ก็รู้ทั้งๆรู้ว่าไม่ควร แต่เหมือนว่าในใจมันไม่ยอมรับฟัง ก็เลยทรมานอยู่อย่างนี้

ทำไมต้องรักเธอ ทำไมต้องผูกผัน ทั้งๆไม่มีวันมันไม่มีทางจะเป็นไป
ทำไมต้องรักเธอ ไม่รู้ไม่เข้าใจ ที่รู้คือทำใจไม่ได้เลย (ก็เพราะว่ารักเธอจนหมดใจ)

เจ็บที่รักเขาข้างเดียวก็เกินพอ แต่ยังทรมานยิ่งกว่านั้น
ที่จำเป็นต้องเห็นเธอ อยู่กับเขาทุกๆวัน ยิ่งเติมซ้ำแผลในใจให้ปวดร้าว


  ... บางครั้งเราก็ต้องเตรียมใจเอาไว้ส่วนหนึ่ง ... 
  ... ว่าเขาอาจจะไม่กลับมาหาเราก้อได้ ...   
  ... แต่อย่างน้อย ขอได้เจอหน้าเธอก้อมีความสุขแล้วล่ะ ... 
 
รู้ดีแก่ใจ ว่าฉันเป็นใคร ไม่เคยคิดไกล
แค่เพียงตอนนี้ เห็นเธอทุกข์ใจ น้ำตาไหลริน

จะเป็นไรไหม ถ้าฉันจะนั่งตรงนี้
ใกล้ใกล้เธอ ให้ฉันช่วยเธอ เผื่อมีอะไร

ก่อนคนนั้น ของเธอจะมา ให้ฉันนั่งเป็นเพื่อนไป
อย่างน้อยไม่เหงาใจ เมื่อไรเขามา…ฉันจะไป

รู้ดีแก่ใจ คนไหนที่เธอ เฝ้ารอพบเจอ
ฉันเพียงต้องการ ได้ทำเพื่อเธอ บางอย่างก็พอ
 
           
 
  ... คนเราก้อแปลกเนอะ ...  
  ... ที่มีคนบนโลกตั้งมากมายที่เราได้เจอและพูดคุย... 
  ... แต่เรากลับเฝ้าคอยคนนั้นแค่คนเดียว ... 
 
เลือกที่จะคิด เลือกที่จะรักใคร เลือกที่จะมีใจ ได้ตามใจต้องการ

เลือกที่จะมอง หรือเลือกที่จะผูกพัน และฉันเลือกอะไรที่ได้ตั้งมากมาย

แค่ฉันรู้ สิ่งหนึ่งที่หายไป ฉันเลือกจะรอใคร ที่เขาไม่คิดจะผูกพัน

รอ ฉันรอหนึ่งคนที่ฉันฝัน รอทั้งที่ไหวหวั่น แม้ว่าเขาไม่กลับมา
 
รอ ฉันเลือกที่จะรอแม้ต้องมีน้ำตา  ทั้งที่รู้ว่าเลือกที่จะรอต้องเจ็บอยู่แล้ว

 

                      

 
 
  ... ความรักเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน...  
  ... ถ้าเรามัวแต่ รอ รอ รอ และ  รอ ที่จะบอกรักใคร...  
  ... มันอาจจะสายเกินไป ...  
 
  ... แต่ถ้าเรารีบร้อนเกินไปที่จะบอกรักใครคนนึง ... 
  ... มันอาจจะเร็วเกินไปก้อได้นะ ...  
 

มอง ยิ่งมองยิ่งเหงา ที่ตรงนี้ไม่เหลือแม้เงาของเธอต่อไป
มีแต่ความอ้างว้างมุมนึง ที่ปรากฎขึ้นในใจ

กับความทรงจำมากมายที่เหลือ

ถ้าหากวันนั้นฉันตัดสินใจ ทำตามอย่างที่หัวใจของฉันมันสั่ง
ให้โอกาสตัวฉันเอง บอกความจริงให้เธอได้ฟัง

คงจะพอมีหวังรั้งตัวเธอไว้ได้

ถ้าหากวันนั้นฉันตัดสินใจ บอกเธอว่าเธอสำคัญกับฉันแค่ไหน
ถ้าฉันจะบอกว่ารักเธอ บอกว่ารักมากมายเท่าไหร่

วันนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งมองฟ้าคนเดียว

 
  ... จนเดินไปตามหัวใจของตัวเอง ... 
  ...จงฟังเสียงหัวใจของตัวเอง... 
 
 สักวันหัวใจของตัวเองก้อเรียกหาหัวใจอีกดวงที่เข้ากับตัวเองได้
  ... จงเชื่อในพรหมลิขิต ว่าคู่แท้ไม่แคล้วคลาดกันหรอก ... 
 
 
 
                                                    hit counters
 
 
9월 23일

--- ชอบข้อความนี้จัง ---

 
 
 
  เวลาไม่มีเงิน ... คนแรกที่คิดถึง คือ พ่อ แม่  
 
แต่พอมีเงิน ... คนแรกที่คิดถึงคือ เพื่อน และ แฟน
 
 
  เวลาอยากได้รถ ... คนแรกที่คิดถึง คือ พ่อ แม่  
 
แต่พอมีรถ ... คนแรกที่ไปรับ คือ เพื่อน และ แฟน
 
 
  อาหารบนโต๊ะที่บ้าน ... มีสำหรับ พ่อ และ แม่  
 
แต่มีร้านอาหารหรูๆ บรรยากาศคลาสสิค ... มีไว้สำหรับ เพื่อน และ แฟน
 
 
 
 
 
  ทีวีและสวนหน้าบ้าน ... มีไว้สำหรับ พ่อ และ แม่  
 
แต่โรงหนังและห้างสรรพสินค้า ... มีไว้สำหรับ เพื่อน และ แฟน
 
 
  พ่อ และ แม่ คิดบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนอน ... เพื่อความอยู่รอด  
 
ลูกนอนคุยโทรศัพท์ และ เล่นเนตก่อนนอนทุกคืน ... เพื่อให้หลับฝันดี
 
 
  เวลาเรามีความทุกข์ ... คนที่กังวล และ หดหู่มากที่สุด คือ พ่อ แม่  
 
แต่เวลาเรามีความสุข ... มักจะมองหา เพื่อน และ แฟน
 
 
   
 
 
 เวลาประสบความสำเร็จ !!! เรามักมองหาเพื่อน เพื่อทำการฉลอง และ สังสรรค์
 
แต่คนที่ดีใจที่สุด คือ พ่อ แม่ ... แต่กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ามไป
 
 
  พ่อ และ แม่ตำหนิ ตักเตือนบางครั้ง ด้วยความรัก ... เพื่อให้เราได้ดี  
 
แต่เรามักคิดว่าสื่งที่พ่อ แม่ พูด มักเป็นเรื่องไร้สาระ
 
 
  พ่อ และ แม่ เป็นผู้ฝ่าฟันปัญหา เป็นร้อยเป็นพันประการ ... เพื่อลูก  
 
แต่พอลูกมีปัญหา ... มักคิดได้แค่ท้อถอย หดหู่ หรือ อยากตาย
 
 
 
 
พ่อ และ แม่ คือผู้ที่ปกป้อง และ ยืนเคียงข้างลูกจวบจนเท่าชีวิตจะหาไม่
 
แล้วคุณล่ะ ... กำลังคิดถึงสิ่งใด ???
 
คำว่า " พ่อ " หรือ  " แม่ "
 
แล้วคุณเตรียมอะไรไว้ ... เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ ของคุณหรือยัง !!!
 
Image hosted by Photobucket.com
 
 คนเดียวในโลกที่ยิ้มได้ ... เมื่อโดนคุณถีบ
 
Image hosted by Lyn
 
 
                                                    hit counters
 
 
9월 5일

--- ทำไมผีผู้หญิง ถึงต้องผมยาว ?? ---

 
 

เคยสังเกตไหมว่า ทำม้าย ทำไม หนังผีมากมายจึงมักให้ ผู้หญิง เป็นศูนย์กลางแห่ง ความสยองขวัญ?

ไม่ใช่แค่เป็นเหยื่อของผี แต่ยังมักจะเป็นผีซะเองอยู่เสมอ !!!

ที่ยิ่งกว่านั้น ทำไม ผีผู้หญิงในความคุ้นเคยของเรายังมักเป็น ผู้หญิงผมยาว อีกต่างหาก? ไม่ว่าจะเป็นผีในหนังฝรั่งหรือเอเชีย ทั้งจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี และแม้แต่หนังไทย ไม่เชื่อก็ลองไล่ดู                           

.........  แม่นาคพระโขนง   เดอะริง    ผีดุ     ตู้ซ่อนผี  ........

 

                   

 

                   ผีผู้หญิง  =  สัญลักษณ์ของความขัดแย้ง      

 


ในทางจิตวิทยา อธิบายได้ว่า ผีผู้หญิงนั้นคือ สัญลักษณ์ (Symbolic)

     ---- แห่งความก้าวร้าวและความกลัวที่ซ่อนเร้น ----     

โดยเฉพาะผีผู้หญิงนั้น น่าสังเกตว่ามักได้รับการออกแบบมาให้เป็นตัวละครที่มี ผมยาวจนปิดบังใบหน้า เช่น ปิดตา  ปิดแก้มข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้เห็นหน้าของเธอไม่ชัดนักและทำให้เรารู้สึกลึกลับน่ากลัวยิ่งขึ้น

             

 

ดังนั้น ผีจึงเป็นทั้งความมีอำนาจและลึกลับซ่อนเร้น คาดเดาไม่ได้ กระทั่งเดาใจไม่ถูก  เหมือนคนอารมณ์   แปรปรวนส่วน ใบหน้าของผีก็จะขาวซีด ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่ตายแล้ว

แต่ถ้าดูกันให้ดี จะพบว่าผีผู้หญิงโดยมากนั้นมักจะหุ่นดีและมีแววสวย

เช่น นางนาค  นางพราย  นางตานี  หรือบรรดาผีสาวสวยๆ ในหนังจีน

 

                        
 

น้อยนักที่จะเห็นว่าอ้วนฉุเหมือนนางผีเสื้อสมุทร

ส่วนหน้าตาของพวกเธอจะ  ออกอาการบูดเบี้ยวอัปลักษณ์  ก็เฉพาะตอนที่โกรธสุดขีดเท่านั้น

  

                       

 

 
 
hit counters
8월 25일

--- อ่านแล้วโดนเจงๆๆ !! ---

 
 
  ... การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว ...

เมื่อดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน...แต่เมื่อได้ชิม ก็จะรู้ ว่า...รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็นเลย

  ... จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง ...

ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง...แต่เมื่อคุณลองกระเทาะเปลือกออกมา  ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ...ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณคิดเลย

 
 ... ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำที่มีทุกรส ...  

แต่อย่างนึงที่ต้องยกเว้นก็คือ  ความหวาน

 ... ความรัก  ก็เหมือนกับไข่เจียว ...  

ที่คุณกินได้ทุกวัน  แต่ก็ยังไม่เบื่อที่จะกินมัน
 


 ...ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ Pepsi ...  

ที่อึกแรกมักจะซ่า  แต่พอเปิดทิ้งไว้นานๆเข้า  ก็จะหายซ่าไปเอง

 ... ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวนสัตว์ ...  

ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . .
 


 ...ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...
โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม ...   

ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย  แต่ดันไปกินส้มตำ
 
 ... แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง ...

ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ  แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ คุณก็จะเบื่อไปเอง


 ... ต่างกับเพื่อนสาว ...

ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก  ที่นานๆคุณจะเปิดฟังที  แต่ก็ยังเพราะ   ซึ่งไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟังเลย

 ... ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง ...

คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่


 ... เพลงที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน ...

อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด   เมื่อเขาจากไป

 ... Mail 100 Mail ...  

ที่เพื่อนคุณส่งให้  ก็ไม่อาจเทียบได้กับ คนรักคุณ  ที่ตอบมากลับแค่ว่า “ขอบคุณนะ”

 ... ก็เหมือนกับวันๆหนึ่งที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้

แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ ...

แม้ประโยคเดียว   คุณก็จำได้  แม้กระทั่งสถานที่ เวลา และท่าทางของเขา ^_^
 
 
 
hit counters
8월 16일

--- My Happy Day (^_^) ---

                                                                                       
  
 
 
555 เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา วันนั้นเป็นวันที่ต้องไปให้สัมภาษณ์ให้กับหนังสือ   Classroom Magazine ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเล่มใหม่พอดี ไอ้เราก้อเลยนัดพี่ๆๆทีมงานกับช่างกล้องไว้ที่บ้านไร่กาแฟ แถวเอกมัย แล้วก้อใช้เวลาในการสัมภาษณ์เราเกือบ 2 ชั่วโมง ... คำถามก้อเป็นประเภทว่า
 
การทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ให้ประโยชน์อะไรกับเราบ้าง ? 
เราแบ่งเวลายังไงระหว่างการทำกิจกรรมกับการเรียน ?
การทำกิจกรรมทำให้เราได้เพื่อนเยอะจริงหรือไม่ ? 
เรามีวิธีการยังไงที่เราต้องดูแลหน่วยกิจกรรมต่างๆ
 และโดยเฉพาะนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย ? 
 
 
( ส่วนคำถามเด็ด ) ถามว่า ---> ในวันลอยกระทง ถ้าเราไม่ไปลอยกระทง แล้วเราอยากจะลอยอะไร ??? +_+ โอ้โห !!! คำถามวัดอารายหว่า...เราก้อตอบไปว่า
" ไม่รู้สิคะ ถ้าเป็นเราตอนนี้ เราคงอยากลอยความรักที่เรามีและอยากให้ใครสักคนที่จะยอมรับความรักของคนๆนี้ได้คะ " .... บรรยากาศก้อเงียบไปสักพัก จนทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกับความเลี่ยนกับคำตอบที่เราเพิ่งตอบไป ....
 
แหม!! ทำไมอ่ะ ก้อเรารู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายตอนนี้อยู่นี่หน่า...หุหุหุหุ \ ( > _ < ) /
หลังจากนั้น ช่างกล้องก้อพาเราไปถ่ายภาพอีกประมาณ 30 กว่าภาพแหนะ ( ไม่รู้เอาไปทำอารายเยอะแยะจัง ) แต่ขอบอกว่า เหนื่อยมากๆๆ สงสัยต้องไปเรียน Acting การเป็นนางแบบแล้วมั้ง 555 +_+ หุ่นยังงี้เนี่ยนะ โถๆๆๆ  !!!
 
พอกลับบ้านได้สักพัก พี่เจอร์รี่ก้อโทรมาแล้วชวนไปนั่งเล่นที่บ้านไร่ต่อ เราก้อเลยไปหาพี่เขาซะเลย แล้วเราก้อหอบงานไปนั่งทำต่อให้เสร็จ...วันนั้นมีความสุขมากๆๆ เครียดมาหลายวันหล่ะ แต่พอได้ไปนั่งคุยกับพี่เจอร์รี่และเพื่อนๆๆเขาอีก 2 คน ก้อทำให้เราหายเครียดไปสักพัก จนเรานั่งถึง ตี 1 กว่าๆๆ พี่เขาก้อชวนไปกินที่ร้าน " โชคดีติ่มซำ" ในซอยเอกมัย (อ้วนอีกแล้วเรา !!) ก้ออร่อยดี โดยเฉพาะ "บักกุ๊ดเต๋" ซึ่งเป็นอาหารของชาวภาคใต้ (มั้งนะ ถ้าจำไม่ผิด) รสชาติก็หอมกรุ่น อร่อยดี...
พวกเรานั่งที่ร้านถึง ตี 2 ครึ่ง ก้อถึงเวลาที่เราต้องกลับบ้าน พี่เจอร์รี่ก้อเลยขับรถไปส่งเราถึงบ้านเลย ว้าว !!!   \ ( ^ _ ^ ) /   ---  Happy ---
 
  ขอบคุณพี่มากๆคะ ที่ทำให้โบว์ยิ้มและมีความสุขในวันนั้นนะคะ
 
 
เก็บไว้ในอกนี้ มันอัดอยู่ในนี้ ความรักทั้งหมดนี้สำหรับเธอ
แต่ฉันเองก็รู้ และเจ็บอยู่เสมอ เป็นฉันที่พร่ำเพ้อแค่ข้างเดียว
อาจเป็นเพราะฉัน พบเธอวันที่สาย พื้นที่จิตใจเธอนั้นไม่ว่างพอ

รู้ดีทุกอย่าง ว่าเธอมีเจ้าของ ฉันได้แต่มอง อย่างคนที่ช้ำใจ
รู้ดีทุกอย่าง แต่ฉัน(อยาก)จะรอถามใจ
ถ้ามีสักวัน เธอนั้นไม่มีใคร (เป็น/รัก)ฉันได้หรือเปล่า


หากถามในเหตุผล ไม่ตอบจะได้ไหม ให้รู้ไว้ว่าฉันรอแค่เธอ
จะเนิ่นนานแค่ไหน ก็รออยู่เสมอ เผื่อวันไหนเธอจะรับไว้ในใจ
 
 
 
hit counters
8월 5일

--- วันแห่งการปลดปล่อยที่ร้านOops (มันโคตร !!!) ---

 
หลังจากสอบกันเสร็จวันพุธที่ 3 ส.ค. ไอ้เราก้อคิดแล้วแหละว่าวันนี้ตูจะทำอารายดีหว่า... เฮ้อ! คิดไปคิดมาก้อไม่รู้เหมือนกัน จนน้องๆๆชวนไป ร้าน Oops ย่านเอกมัย ไอ้เราตอนแรกก้อไม่ไปหรอกเพราะไม่มีกะตังค์เล้ยยย ToT แต่ในที่สุด เราก้อไปกันจนได้ 555
 
วันนั้นไปกันประมาณ 12 คน ดีนะที่มีคนไปจองโต๊ะให้ก่อน ไม่งั้นไม่ได้นั่งแน่.... ก้อไปถึงประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆๆ ในร้านก้อเปิดเพลง hip hop มา แต่ตอนนั้นเรายังไม่ลุกขึ้นเต้น เพราะรู้สึกอ้าย...อาย... 555 ไม่ใช่หรอก ก้อเพราะมันยังไม่มีใครลุกขึ้นเต้นเลย ก้อได้แต่นั่งเต้นอยู่อย่างนั้นแหละ ว้า !! แย่จัง .... แต่ก้อรู้สึกมันส์หล่ะ
 
พอนั่งอยู่ไปได้ซักพัก พอกรึ่มๆๆๆ (เอ๊ะๆๆๆๆ ไม่ได้กินเหล้ากับเค้าน้า.... ไปกินแต่โค้กนั่นแหละ เพราะแพ้เหล้า ToT เศร้าจายยยย ! ) ก้อลุกไปห้องน้ำ พอกลับมาสักพัก โหๆๆๆๆๆ เปิดเพลงกำลังมันส์ และสังเกตเห็นคนเริ่มลุกหล่ะ ไอ้เราก้อเลย..... ยืนเต้นอยู่อย่างนั้นแหละ ล้า ล้า ล้า ล้า .... มันส์พะยะค่ะ
 
กลับมานั่งคิดอยู่ในใจ ไอ้เราก้อไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้นานหล่ะ วันนี้มาปล่อยแก่สักวันเหอะ... แต่ที่ตลกก้อคือ ในร้านมีแต่เด็กเอแบคนั่นแหละ โห... แต่ที่กลุ่มเราก้อมีท่านประธานคณะ 2 คณะเลยที่มาร่วมจอยกับเรา (ขอไม่บอกล่ะกัน.... แต่รู้สึกเป็นประธานคณะ Science กับ Law อิอิอิ) และไปเจอท่านประธานคณะ Engineer ในร้านอีก 5555 เด็กกิจกรรมเป็นยังงี้นี่เองเนอะ (+_+)
 
พวกเราก้อทั้งดื่ม ทั้งเต้นกันมันส์ในร้าน โดยเฉพาะ Hip Hop เนี่ยแหละ ชอบมากๆๆขอบอก โยกกันมันส์เลย .... แถมเป็นการ Surprise วันเกิดย้อนหลังให้กับน้องวุดของเราอีกครั้งนึง 555 เหมือนจะไม่รู้เนอะ ซึ่งก้อเป็นการมาเที่ยวแบบนี้ครั้งแรกของน้องวุดเล้ย ... ได้ข่าวว่าติดใจซะแล้น .... วันนั้นก้อมีโต๊ะข้างๆมาขอชนแก้วหลายครั้ง แต่เราก้อไม่ดื่มเพราะกลัวเมา (ไม่หรอกเพราะวันรุ่งขึ้นมีเรียน 9 โมงเช้า) เลยได้แต่เต้นกับน้องๆๆอย่างเดียว ... น่าจะลดไปได้หลายแคลอรี่นะเนี่ย หุ หุ หุ
 
พวกเราก้ออยู่กันถึงประมาณ ตี 1กว่าๆ ก้อแยกย้ายกันกลับบ้าน... ทำไงดีล่ะทั้งตัวมีแต่กลิ่นบุหรี่ กลับบ้านต้องแอบย่องนะเนี่ย เพื่อไม่ให้มามี้ตื่นเพราะเดี๋ยวจะโดนว่าเอา.... พอตื่นเช้ามา ลุกแทบไม่ไหว ทั้งเมื่อยและปวดคอ โค-ต-ร- ปวดเอวอีกต่างหาก ว้า!!! แก่แล้วก้อเงี่ย เต้นมันส์ไปหน่อย เลยลุกไม่ขึ้นทำให้ตอนเช้าไม่ไปเรียน ToT โดดเรียนซะงั้น (น่าด่าตัวเองไหมเนี่ย) แต่ก้อไม่เป็นไรไป make up ตอนบ่ายได้ ก้อเลยโล่งจายไป ...
 
ตอนนี้ทั้งน้องวุดและน้องบาส ต่างก้อติดใจแสง สี เสียงทั้งนั้น อยากจะไปกันอีกรอบ 555 ไม่ต้องห่วงของอย่างนี้ไม่พลาดแน่ ^_^ อิอิอิ ถือซะว่าไปพักผ่อนคลายเครียด ระบายอารมณ์ล่ะกันเนอะ แต่ก้อคงไม่ได้พาน้องๆๆไปเมาเละ จนไม่ลืมตัวขนาดนั้น (ยกเว้นบางคน +_+ ) หรือเรียกอีกอย่างว่า ไป make a good relationship between AUSO งายยยยยยย
7월 31일

--- มาเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองกันเถอะ ---

 
 
 
วันนั้นไปอ่านหนังสือที่บ้านไร่กาแฟ เจอหนังสือ GM เล่มหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การป้องกันตัวตามสามัญสำนึกของพวกเราเอง เห็นแล้วชอบมากๆๆคะ เลยเอามาบอกต่อเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคนนะ สามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิงด้วยล่ะ @^_^@ 555
1. เสียง
เราไม่ได้บอกให้คุณหวีดร้อง "กรี๊ดๆ" แบบผู้หญิงนะ แต่เราให้คุณตะคอก "ว้าก" ใส่คนร้าย ให้มันสะดุ้งตกใจ การใช้เสียงร้องเป็นการข่มขวัญที่ดีวิธีหนึ่ง
2. นิ้วมือและหัวแม่มือ
ถ้าคุณไม่มีมีดหรือไม้อยู่ใกล้มือตอนนั้น ก็ใช้นิ้วมือนี่แหละ มันมีความอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน คุณสามารถใช้มันทำลายอวัยวะสำคัญๆ ของคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่การ บีบคอ จิ้มลูกกระเดือก และควักลูกนัยน์ตา
3. หมัด
เมื่อกำมือให้แน่น คุณก็จะได้ของแข็งดุ้นหนึ่งมาเป็นอาวุธโดยอัตโนมัติ ใช้สำหรับการชกและทุบ นำจุดที่แข็งที่สุดของหมัด ได้แก่ข้อกระดูกนิ้วที่ยื่นออกมา ไปอัดกับจุดอ่อนต่างๆ ของคู่ต่อสู้ เคล็ดลับคือคุณต้องกำให้แน่นจริงๆ ถ้าคุณกำหมัดหลวมๆ อาจจะทำให้นิ้วซ้นหรือหักได้
4. เข่า
เข่ามีทั้งความแข็งและความรวดเร็วรุนแรง จึงเหมาะที่สุดสำหรับการนำไปอัดหว่างขา หรือ 'ผ่าหมาก' หรือไม่ก็ช่องท้องของคู่ต่อสู้
5. ขา
กล้ามเนื้อขาของคนเรามีความแข็งแรงมากกว่ากล้ามเนื้อแขน เราจึงสามารถเหวี่ยงขาได้เร็วและแรงกว่าเหวี่ยงแขนมาก จุดแข็งที่สุดคือหน้าแข้งและหลังเท้า ถ้าร่างกายคุณมีความยืดหยุ่นมากพอ คุณจะสามารถยกขาขึ้นได้สูง และเลือกเตะไปยังอวัยวะของคู่ต่อสู้ได้
6. ลูกนัยน์ตา
ลูกนัยน์ตาเป็นจุดตายที่สำคัญ มันอ่อนนุ่ม ไม่มีเครื่องป้องกัน และเปิดโล่ง ดูเด่นเป็นสง่า สำหรับการโจมตีของคุณ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปให้สุดแรงเกิด คู่ต่อสู้อาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิต (อันนี้โหดไป แต่น่าลองนะ 555 )
7. จมูก
ถ้าจะถามว่าถูกชกตรงไหนแล้วเจ็บที่สุด คำตอบไม่ใช่ปลายคางคะ แต่คำตอบคือตรงจมูกนี่แหละ มันเจ็บจนถึงขั้นที่ว่า ไม่ว่าเป็นใคร ถ้าถูกชกตรงนี้ น้ำตาจะทะลักออกมาโดยอัตโนมัติ และต้องหยุดกิจกรรมทุกสิ่งทุกอย่าง
8. ลำคอ
คือจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวและลำตัว มันจึงเต็มไปด้วยอวัยวะสำคัญ เช่นหลอดลม หลอดอาหาร เส้นเลือดใหญ่ กระดูกสันหลัง การโจมตีอย่างรุนแรงและรวดเร็วไปที่ลำคอ ไม่ว่าจะมุมใด จุดใด ก็สามารถทำให้คู่ต่อสู้หมดสติในทันที หรืออาจจะเสียชีวิตได้เลย
9. หว่างขา
ถ้าคู่ต่อสู้คุณคงเป็นผู้ชาย และแน่นอนว่ามันต้องมีลูกกระแป๋งอยู่ตรงหว่างขา ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีเลย ถ้าคุณจะใช้วิธีเตะผ่าหมาก หรือตะปบหว่างขาคู่ต่อสู้
10. เข่า
หัวเข่าเป็นทั้งอาวุธของคุณ และเป็นจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ หลักการก็คือให้คุณโจมตีหัวเข่าคู่ต่อสู้ ให้เคลื่อนไปในทิศทางที่ฝืนธรรมชาติ ทั้งไปด้านหลังและไปด้านข้าง กระดูกเข่าจะเคลื่อนหรือหลุดออก คู่ต่อสู้ของคุณจะไม่สามารถยืนอยู่ได้อีกต่อไป
7월 25일

--- My Love is wating for love ---

ความรักของเราตอนนี้ช่างเงียบเหงาเหลือเกิน +_+ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงสอบแล้ว แต่อยากได้กำลังใจจากใครสักคนจังเลย...
เฮ้อ !!!! แต่ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้เราก็อยู่คนเดียวมานานแล้ว ถ้าอยู่ต่อคนเดียวอีกหน่อยก้อคงไม่เป็นไรมั้ง...โชคดีที่ปีนี้เรามีอารายต้องทำ ยังมีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบตลอดทั้งปี (นายกองค์การนักศึกษา) เหนื่อยทั้งกายและใจมากๆๆๆ
---- วันไหนที่เหงา ก้อรู้สึกเหงาเหลือเกิน วันไหนที่เหนื่อย ก้อรู้สึกเหนื่อยโคตร ----
เคยบ้างไหม !!!! ที่เราไปรักหรือชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว รู้ไหมสิ่งนี้มันยิ่งเจ็บปวดมากกว่าการที่เราไม่ได้รักใครเลย....แต่ก้อเคยมานั่งคิดอีกทีว่า ...
ไอ้การที่เรามานั่งรอหรือมานั่งพบใครสักคนนั้น บางทีเราก้อรู้สึกมีความสุขกับการมานั่งรอเนี่ยแหละ จริงๆๆๆนะ  ^_^  ได้แต่รอ...ได้แต่หวัง...ได้แต่คิดว่าสักวันคนนั้นอาจจะหันกลับมามองเราบ้างน้า !!!
 
 
ที่แห่งนี้มีความรักอยู่  คอยรับรู้และคอยเข้าใจ
แม้ข้างนอกจะเป็นอย่างไร จะร้อนหรือหนาวแค่ไหน ก็ไม่สำคัญ
จะเตรียมความรักไว้ให้เธอพักผ่อน ลืมความร้อนเรื่องราวที่ไหวหวั่น
และรอยยิ้มที่มาจากใจ เพื่อเพิ่มเติมความสดใส เมื่อไหร่ที่พบกัน
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน จะเป็นกำลังใจให้เธอได้รู้สึกดี
เป็นที่พักที่ให้ความเข้าใจ นานเท่าไรก็จะมี ให้กับเธอ อยู่ตรงนี้
แม้วันนี้เธอยังไม่รู้จัก แม้ความรักฉันเธอไม่เห็นค่า
แต่ฉันก็รู้ดีว่าสักวัน คู่แล้วคงไม่คลาดกัน ฉันขอสัญญา
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน จะเป็นกำลังใจให้เธอได้รู้สึกดี
เป็นที่พักที่ให้ความเข้าใจ นานเท่าไรก็จะมี ให้กับเธอ คนนี้
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน จะเป็นกำลังใจให้เธอได้รู้สึกดี
เป็นที่พักที่ให้ความเข้าใจ นานเท่าไรก็จะมี ให้กับเธอ อยู่ตรงนี้
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน ไม่มีวันที่ใจที่ฉันจะลืมตามสักที
จะคงรอแต่เธอเสมอไป รอให้ใจได้ใกล้สักที ฉันจะบอกเธอ คำๆนี้
7월 9일

--- งาน Au Family Day and Night 2005 ---

งาน Au Family Day and Night 2005 ก้อได้จบลงไปแล้ว ความเหนื่อยและความกดดันตลอดเวลาที่เตรียมงานกับน้องๆทีมงานที่ผ่านมา รู้สึกว่าความรู้สึกเหล่านั้นตอนนี้กลับเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มและความสุขที่งานจบออกมาด้วยดี หยาดเหงื่อทุกเม็ดที่ออกมานั้น รู้สึกคุ้มค่ากับที่เราแลกเป็นความสนุกสนานภายในวันเดียว 555 
 
งานวันนั้นโบว์มีความสุขที่สุด เพราะได้เห็นน้องๆๆของโบว์ตั้งใจกันทำงาน ถึงพวกเขาจะผิดพลาดบางอย่าง แต่โบก้อไม่เคยโกรธเพราะนั้นอาจเป็นครั้งแรกของพวกเขา สิ่งที่ผิดพลาดนั้นๆๆก้อคิดว่าเป็นสิ่งที่เตือนใจเราในการทำงานครั้งต่อๆๆไป คนเราไม่ได้เก่งแต่แรกหรอกนะ ...
 
ส่วน Au Family Concert ที่โบตั้งใจให้ปีนี้มีขึ้นมานั้น ก้อจบลงด้วยดี ตอนแรกเราก้อกังวลว่าจะออกมาไม่ดี เพราะทั้ง โต๋ B5    เคเนต แป๋ว   พี่เอก ชมะนันทน์      พี่ซีต้า  และ กิ๊ฟ โมโนโทน ต่างคนต่างก้อไม่มีเวลามาซ้อมร่วมกัน แต่ผลสุดท้ายออกมา คนดูทุกคนต่างก้อชื่นชม ต่างก้อมีความสุขไปตามๆๆกัน ( โดยเฉพาะโบว์เนี่ยแหละ ^_^ ) โบว์รู้สึกอยากขอบคุณพวกเขาที่อุตสาห์มาร้องเพลงให้น้องๆๆเอแบคฟังโดยไม่คิดค่าตอบแทนเลย ซึ้งมากๆๆ ส่วนพี่เอก ชมะนันทน์ นั้นเป็นคนที่โบเฝ้าดูความพัฒนาของพี่เขา เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ขึ้นเวที แต่ก้อไม่รู้จะช่วยพี่เขายังไง โบก้อได้แต่คอยให้กำลังใจพี่เอกเขาอยู่ห่างๆๆนะ แค่นี้ก้อมีความสุขแล้วล่ะ อิอิๆๆๆ 
 
พองานนี้จบปุ๊บ ความรู้สึกเหงาก้อเข้ามาแทนที่ เพราะปรกติเรากลับมาจากการเรียน แล้วต้องรีบกลับมาช่วยงานน้องๆๆ แต่ตอนนี้กลับเงียบเหงา ไม่มีอารายทำ แต่ความวุ่นวายในหัวของตัวเองก้อยังอยู่ 555 เอาเหอะ ยังไงเราก้อจะต้องทำงานต่อไป ไม่เคยถอย อิอิ........